Recent Updates RSS Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • bact' 9:48 pm on April 21, 2010 Permalink | Reply
    Tags: Europe, human cities,   

    “Celebrating Public Space” – Human Cities 

    Creative Cities is out. We are for Human Cities.

    Human Cities offers a series of innovative views and contributions to the public space and urban fabric which are emerging more and more as a field of creative intervention and collaboration between artists, designers, architects, sociologists, writers and philosophers, urban planners and landscape architects. This interdisciplinary approach of the Human Cities hub, researches and action programme will enhance the emergence of creative cities seen much as a laboratory for informal, temporary, creative performances and installations of static or moving forms and objects challenging our existing art, architecture and design stereotypes.

    Human Cities Festival, this May 6-16, 2010 at Brussels.

    This biannual event will be a showcase for raising awareness of public spaces in Brussels through various meetings and events. The festival will kick off on 6 May 2010 with a PECHA KUCHA happening session. A symposium and scientific workshops will welcome numerous Belgian and international experts, professionals and students in urban planning, architecture, design and sociology, as well as key figures from public service. They will share their experiences, work and thoughts on urban planning, and its general uses, focusing particularly public spaces.

    via @anpanpon

     
  • bact' 5:24 pm on April 18, 2010 Permalink | Reply
    Tags:   

    You need this for using Internet in Thailand 

    ถ้าจะใช้อินเทอร์เน็ตในเมืองไทย คุณต้องการสิ่งนี้
    qrcode

    qrcode

     
  • bact' 7:52 pm on April 11, 2010 Permalink | Reply
    Tags: , , ,   

    ต้องกลับไปสู่สังคมมาตรฐานเดียว 

    สังคมสองมาตรฐานย่อมไถลไปสู่สงครามกลางเมืองและความป่าเถื่อน
    ทางออกมีทางเดียว…ต้องกลับมาสู่มาตรฐานเดียวกัน

    ผมจะไม่ขอกล่าวถึงอำนาจรัฐสองมาตรฐานซึ่งเป็นที่ประจักษ์มานานแล้ว (ไม่ใช่เฉพาะในยุคนี้) … ที่น่าเป็นห่วงกว่านี้อย่างยิ่งคือสถานการณ์ของสังคมสองมาตรฐาน

    ในปัจจุบันสมาชิกสังคมจำนวนมากมายที่เคยร่วมกันต่อสู้เคียงบ่าเคียงใหล่กันเพื่อระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกส่วนโดยไม่เลือกหน้า ได้สละทิ้งคุณค่าดั้งเดิมที่ตนเคยยึดถือมาตลอด โดยได้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน หันมาเผชิญหน้ากัน และเล็งมวลมนุษย์ในฝ่ายตรงกันข้ามเป็นศัตรูของตนโดยทั้งหมด

    ดูเหมือนพวกเราทุกคนทุกฝ่ายยังอ้างคำว่าประชาธิปไตยอยู่ แต่พฤติกรรมคือการนิยมระบอบประชาธิปไตยเฉพาะเมื่อเอื้ออำนวยต่อประโยชน์ของฝ่ายเรา หากเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยอาจเอื้ออำนวยต่อฝ่ายตรงกันข้าม เราก็จะหันเหไปทางอื่น ทหารยึดอำนาจเราก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ (ตราบใดที่เป็นทหารของฝ่ายเรา) เมื่อฝ่ายตรงข้ามเรียกร้องการเลือกตั้งเพื่อพิสูจน์ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ เราก็จะออกมาคัดค้านทันทีหากมองว่าฝ่ายเราจะเสียเปรียบจากการเลือกตั้งนั้น

    เรื่องสิทธิเสรีภาพก็เช่นเดียวกัน เราทุกคนเห็นด้วยกับเสรีภาพในการชุมนุมตราบใดที่เป็นการชุมนุมของฝ่ายเรา แต่เมื่อเป็นการชุมนุมของฝ่ายตรงกันข้ามก็ขอให้อำนาจรัฐฝ่ายเรารีบจัดการ หากอำนาจรัฐฝ่ายเราทำให้ผู้ชุมนุมฝ่าตรงกันข้ามเสียชีวิตก็แล้วไป ช่วยไม่ได้ เสียใจนะ แต่คุณเลือกข้างผิดเอง แต่หากอำนาจรัฐฝ่ายตรงข้ามทำให้ผู้ชุมนุมฝ่ายเราเสียไป ต้องประณามถึงที่สุด … ฆาตกร !

    เสรีภาพสื่อหรือ ? แน่นอนพวกเราทุกคนเห็นด้วยอย่างยิ่งในเสรีภาพของสื่อมวลชนที่อยู่ฝ่ายเรา ใครมาข่มเหงเราสู้ตาย แต่หากอำนาจรัฐฝ่ายเราจะปิดสื่อของฝ่ายตรงกันข้าม เรารู้สึกเฉยๆ

    สิทธิมนุษยชนสำคัญมาก แต่หากคนในฝ่ายตรงข้ามติดคุกเพราะแสดงความคิดเห็นตามที่รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิ์ ก็เป็นเรื่องที่เขาแส่เรียกหาคุกเอาเอง ไม่ใช่ธุระของเรา

    กฎหมายเผด็จการต่างๆ ที่เปิดโอกาศให้อำนาจรัฐย่ำยีประชาชน (กฎอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินฯ พรบ.ความมั่นคงฯ) เราย่อมคัดค้าน เพราะขัดต่อระบอบประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ แต่ถ้าจะใช้ต่อฝ่ายตรงข้ามก็เป็นเรื่องจำเป็น เข้าใจได้

    สังคมไทยได้เกิดวัฒนธรรมใหม่ที่พวกเราทุกฝ่ายไม่รู้จักมองคนในฝ่ายตรงข้ามเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคมเดียวกัน ไม่สามารถมองเขาเป็นคนแบบเรา ที่มีอาชีพแบบเรา มีครอบครัวแบบเรา มีความใฝ่ฝันแบบเรา และมีคุณธรรมแบบเรา

    เมื่อผมเขียนบทความก่อนหน้านี้เรื่องนายอภิสิทธิ์มองตัวเองในกระจกก็เห็นหน้านายทักษิณ มีหลายคนอีเมล์มาถามผมว่า แล้วผมมีดีอะไร? มองตัวเองในกระจกแล้วเห็นใคร ? ผมก็คงต้องยอมรับว่า ผมก็ไม่ต่างกับเพื่อนมนุษย์คนอื่น เคยทำผิดมามาก โดยเฉพาะที่เสียใจจนทุกวันนี้คือการที่ผมไม่ได้ออกมาต่อต้านรัฐประหารปี 2549 อย่างจริงจัง แต่ตอนนี้ผมมองเข้าใจแล้วถึงความเสียหายมหาศาลที่เป็นผลพวงจากรัฐประหารครั้ง นั้น ผมยอมรับว่าผมเองก็เป็นมนุษย์สองมาตรฐานเหมือนกัน แต่กำลังพยายามแก้ไขอยู่และอยากชวนเพื่อนๆ ทุกฝ่ายทำเช่นเดียวกัน

    หากเราไม่ช่วยกันแก้ไขสังคมสองมาตรฐานที่ลืมคุณค่าเดิมของการใช้มาตรฐานระบอบประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และสิทธิมุษยชนอย่างเสมอภาคเสมอหน้า ไม่เลือกปฎิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือสงครามกลางเมือง และเราจะกลายเป็นสังคมที่ป่าเถื่อน เพราะอำนาจจะได้มาทางเดียวโดยการใช้กำลังความรุนแรงพยายามทำลายซึ่งกันและกัน ใครชนะก็กินขาด

    ในประเทศประชาธิปไตยที่มีอารยธรรม การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่พวกเขาไม่มองกันเป็นศัตรู แค่เป็นคู่ต่อสู้กันทางการเมืองโดยสันติ โดยอาศัยกฎกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน

    หากพวกเราทุกคนจะช่วยกันแก้วิกฤติสังคมไทย เราต้องสร้างมาตรฐานการต่อสู้ทางการเมืองทำนองเดียวกัน

    ผมเสนอทางออกที่ไม่ง่ายนักดังนี้

    1. เราต้องมีการเลือกตั้งโดยเร็ว

    2. ทุกพรรคการเมืองให้สัญญาต่อประชาชน (ร่วมกันยิ่งดี) ว่าใครชนะเลือกตั้งก็ตามจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยพลการ แต่จะดูแลให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็ว ที่มีผู้แทนประชาชนทุกกลุ่มทุกส่วนเป็นสมาชิกมาจากการเลือกตั้งในกลุ่มของตน แต่ละพรรคเสนอรูปแบบโครงสร้างสสร.ที่พรรคนั้นเห็นว่าเหมาะสมระหว่างการหาเสียงเพื่อให้ประชาชนได้เลือก

    3. กลุ่มพลังทางการเมืองทุกฝ่าย ตกลงร่วมกันงดการชุมนุมทุกรูปแบบระหว่างการเลือกตั้งและการร่างรัฐธรรมนูญและเคารพต่อผลการเลือกตั้งและการร่างรัฐธรรมนูญ

    4. รัฐธรรมนูญใหม่ร่างเสร็จภายใน 9 เดือนและทำประชามติ

    ถ้าเริ่มต้นสร้างมาตรฐานเดียวกันได้อย่างนี้ สังคมไทยยังคงมีความหวัง

    จอน อึ๊งภากรณ์
    11 เมษายน 2553

     
  • bact' 8:36 am on April 11, 2010 Permalink | Reply
    Tags: Abhisit Vejjajiva, , , , Thaksin Shinawatra   

    กระจกที่สะท้อนคุณภาพของนายกรัฐมนตรี 

    หลังจากเกิดเหตุการณ์ตากใบที่มีผู้ชุมนุมเสียชีวิตกว่า 70 คนจากฝีมือของทหารที่ได้กวาดจับผู้ชุมนุม มัดตัว แล้วเอามาวางนอนทับกันหลายชั้นในรถทหารขณะขนย้ายไปยังค่ายทหารเป็นระยะเวลาหลายชั่วโมงจนเกิดการเสียชีวิตดังกล่าว ถัดไปอีกสองวันนายทักษิณ ชินวัตร ในฐานะนายกรัฐมนตรีได้มาชี้แจงเรื่องนี้ต่อวุฒิสภาซึ่งตอนนั้นผมนั่งฟังอยู่ นายทักษิณเริ่มต้นด้วยการกล่าวความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นก็ร่ายยาวอธิบายความเป็นมาของสถานการณ์ รัฐบาลทำดีที่สุดแล้ว ฯลฯ ไม่มีการแสดงถึงความรับผิดชอบของตนหรือรัฐบาลของตนต่อผลที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

    เมื่อคืนนี้หลังจากที่มีผู้ชุมนุมฝ่ายนปช.และทหารชั้นผู้น้อย รวมทั้งนักข่าวต่างประเทศเสียชีวิตไปไม่น้อยกว่า 11 คน ผู้ชุมนุมและทหารบาดเจ็บเป็นร้อยจากผลการปราบผู้ชุมนุมโดยทหารที่ได้รับคำสั่งจากรัฐบาล ปรากฎว่านายอภิสิทธิ์ เวชาชีวะในฐานะนายกรัฐมนตรีได้มาแถลงต่อประชาชนทางโทรทัศน์ทุกช่อง นายอภิสิทธิ์ได้เริ่มต้นด้วยการกล่าวความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและต่อครอบครัวผู้ตายและบาดเจ็บ และหลังจากนั้นก็ร่ายยาวอธิบายถึงความเป็นมาของสถานการณ์ และความจำเป็นของรัฐบาล ฯลฯ โดยไม่มีการแสดงถึงความรับผิดชอบของตนหรือรัฐบาลของตนต่อผลที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

    เหตุความสูญเสียของคนทั้งประเทศในวันนี้อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นหากนายอภิสิทธ์มิได้นำกฎหมายเผด็จการที่นายทักษิณเป็นผู้สร้างขึ้นมาใช้เพื่อปราบมวลนปช. โดยการปิดสื่อที่เข้าข้างหรือเห็นใจฝ่ายนปช. การออกประกาศที่ทำให้การชุมนุมของนปช.กลายเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย และการเปิดช่องทางให้ทหารยิงกระสุนยางและ/หรือกระสุนจริงใส่ผู้ชุมนุม

    ในประเทศประชาธิปไตยที่มีอารยธรรมเขาไม่ใช้ทหารมาปราบประชาชน ในประเทศประชาธิปไตยที่มีอารยธรรมหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้นายกรัฐมนตรีย่อมอยู่ต่อไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณหรือนายอภิสิทธิ์ต่างไม่เข้าใจมารยาททางการเมือง และคำกล่าวเสียใจต่อเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่แสดงความรับผิดชอบย่อมไม่สามารถเยียวยาผู้ที่ได้รับการสูญเสียทั้งประเทศได้แต่อย่างใด

    ต่อไปนี้ทุกครั้งที่นายอภิสิทธิ์มองหน้าตัวเองในกระจกก็ย่อมจะเห็นหน้าของนายทักษิณ

    จอน อึ๊งภากรณ์

    11 เมษายน 2553

     
  • bact' 2:17 pm on February 1, 2010 Permalink | Reply
    Tags:   

    “Sell what is scarce, not what’s ubiquitous” 

    ตารางข้อเสนอของ Gerd Leohard (@gleohard) ในเรื่อง Content 2.0 หาอะไรที่ยังขาดอยู่ อย่าไปขายอะไรที่มันมีเยอะแล้ว

     
  • bact' 12:16 pm on February 1, 2010 Permalink | Reply
    Tags: books, database, Internet Archive, library, Open Library, wiki   

    Open Library 

    Open Library home page

    Open Library home page (openlibrary.org)

    โครงการ Open Library โดย Internet Archive ด้วยทุนสนับสนุนจากห้องสมุดรัฐแคลิฟอร์เนีย

    หนึ่งหนังสือ หนึ่งหน้าเว็บ

    Open Library ตั้งเป้าทำหอสมุดเปิดขนาดใหญ่ โดยเปิดให้อาสาสมัครมาช่วยใส่รายละเอียดของหนังสือทุก ๆ เล่มที่เคยตีพิมพ์มา เช่น ชื่อผู้แต่ง ปีที่พิมพ์ ISBN ประโยคแรกของหนังสือ รวมถึงมีหนังสือสแกนให้อ่านออนไลน์ได้ด้วย สำหรับหนังสือบางเล่ม (สามารถร้องขอให้สแกนเล่มที่ต้องการได้ด้วย)

    รองรับหลายภาษา ไม่แน่ว่า ถ้าโครงการนี้ไปได้ดี เราอาจจะมีฐานข้อมูลหนังสือภาษาไทย พร้อม ISBN ดี ๆ ให้ใช้ ตัวฐานข้อมูลเปิดให้เรียกใช้ผ่านทาง RESTful API และไม่มีลิขสิทธิ์ ใครจะเอาไปใช้อะไรก็ได้

    เข้ากับกระแสเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Reader) ตอนนี้ดี

     
  • bact' 10:04 am on January 20, 2010 Permalink | Reply
    Tags: , , DIY, , , TED, TEDx, TEDxBKK   

    [13 ก.พ.] TEDxBKK 2010: Spreading Creativities 

    DIY นี่ก็เป็นอีก culturescape(s) มั๊ย? (-scape ในความหมายของ Arjun Appadurai)

    TEDxBKK คืองาน TEDx ที่กรุงเทพ

    งาน TEDx เป็นงานเสนอไอเดียลักษณะเดียวกับงาน TED ซึ่งเป็นงานประชุมระดับโลก ที่จัดให้ผู้คนน่าสนใจจากสาขาอาชีพต่าง ๆ โดยเฉพาะจากสาขาเทคโนโลยี บันเทิง และการออกแบบ นำเสนอไอเดีย เรื่องที่ตัวเองสนใจ แนวคิดหลักของงานคือ บอกต่อไอเดีย (Spreading Ideas)

    จุดต่างของ TEDx กับ TED ก็คือ งาน TEDx เป็นงานที่อาสาสมัครในเมืองต่าง ๆ จัดกันเอง โดยใช้คำแนะนำที่ TED จัดไว้ให้ แต่เป็นอิสระจากองค์กร TED เพื่อให้เวทีลักษณะนี้ได้ขยายออกไปทั่วโลก

    เราอาจพูดได้ว่า งานลักษณะ TEDx, บาร์แคมป์, เพะชะ คุชะ, ซีซี ซาลอน, Third Class Citizen, รี้ดแคมป์, FilmCamp ฯลฯ เป็นงานในกระแส วัฒนธรรม อ่าน/เขียน (Read/Write Culture) ที่พยายามลดช่องว่างระหว่างผู้รับสาร/ผู้ส่งสาร และเปิดโอกาสให้คนที่เคยเป็นฝ่ายรับอย่างเดียว ได้มีโอกาสพูดบ้าง — ในจิตวิญญาณทำนองเดียว/ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับขบวนการโอเพนซอร์ส/ซอฟต์แวร์เสรี, DIY, และครีเอทีฟคอมมอนส์ — ซึ่งแต่ละงานก็จะมีหัวข้อสนใจและรูปแบบการมีส่วนร่วมต่างกันไป

    พูดให้เข้าภาษา Creative Commons พื้นที่เหล่านี้ คือเวทีบอกต่อความ creative สำหรับชาว commons ไม่สำคัญว่าคุณจะเป็นใคร สูงต่ำดำขาว สำคัญว่าคุณทำอะไรคิดอะไรพูดอะไร เปล่งมันออกมา ถ้ามีคนคิดว่ามันน่าสนใจ มันก็จะถูกบอกต่อ

    TEDxBKK ครั้งแรก จะจัดในวันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2553

    รายละเอียดเพิ่มเติม กำหนดการ สถานที่ ดูได้ที่เว็บไซต์ TEDxBKK.com, เฟซบุ๊ก, และ ทวิตเตอร์ @TEDxBKK [hashtag คือ #TEDxBKK]

    สนใจไปร่วมกันได้ครับ ถ้ามีครั้งหน้าก็ลองเสนอไอเดียของตัวดู :)

     
  • bact' 10:24 pm on January 19, 2010 Permalink | Reply
    Tags: , Ministry of Culture,   

    We’re sick of Ministry of Culture in Thailand 

    กลุ่ม พวกเราป่วยกับกระทรวงวัฒนธรรม (We’re sick of Ministry of Culture in Thailand) http://www.facebook.com/SickMoC

    ใครรู้ตัวว่าเป็นคนป่วย ไปทำบำบัดกลุ่มได้ที่เฟซบุ๊กตามที่อยู่ที่แจ้งไว้ด้านบน (มีลิงก์น่าสนใจและเรื่องเหลือเชื่อคับคั่ง!)

     
  • bact' 8:56 am on January 14, 2010 Permalink | Reply
    Tags: Mekong, Mekong ICT Camp, , Southeast Asia   

    Mekong ICT Camp 2010 

    แม่โขงไอซีทีแคมป์ 13-17 พ.ค. 2553 เชียงใหม่

    Mekong ICT Camp is a bi-annual workshop on information and communication technologies capacity development for citizen media, community health, and civil society organizations in Mekong sub-region, Southeast Asia.

    The second Mekong ICT Camp, to be held this year in Chiang Mai, May 13-17, is organized by Thai Fund Foundation and Opendream.

    More info at mekongict.org.

     
  • bact' 3:55 am on January 12, 2010 Permalink | Reply
    Tags: theme, WordPress   

    Switched to P2 

    เปลี่ยนหน้าตามาใช้ธีม P2

    โพสต์ง่ายขึ้นเป็นกอง ประมาณ Twitter เลย ชอบมาก

    มี keyboard shortcut ด้วย (ลองกด h ดู)

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
esc
cancel