<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Culture Lab etc. &#187; anpanpon</title>
	<atom:link href="http://culturelab.in.th/blog/author/anpanpon/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://culturelab.in.th/blog</link>
	<description>ห้องทดลองวัฒนทำ ฯลฯ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Apr 2010 14:48:47 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>A good design is like the possibility of going to the moon</title>
		<link>http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/a-good-design-is-like-the-possibility-of-going-to-the-moon/</link>
		<comments>http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/a-good-design-is-like-the-possibility-of-going-to-the-moon/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 May 2007 09:44:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[architecture]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[environmental graphic]]></category>
		<category><![CDATA[graphic]]></category>
		<category><![CDATA[pictogram]]></category>
		<category><![CDATA[quotes]]></category>
		<category><![CDATA[TCDC]]></category>
		<category><![CDATA[typography]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/a-good-design-is-like-the-possibility-of-going-to-the-moon/</guid>
		<description><![CDATA[การออกแบบที่ดีนั้นก็เหมือนกับความเป็นไปได้ที่จะไปดวงจันทร์ มีไม่กี่คนที่จะมีโอกาสได้มีประสบการณ์กับมันตรง ๆ แต่การเกิดขึ้นมีอยู่ของมันจะเปลี่ยนหลายล้านชีวิต Ettore Sottsass: The Barbarians and Emperors of Design by Jan Burney art4d : Way Finding Game Way Finding Game A good design is like the possibility of going to the moon very few people will have the opportunity to experience it directly but its existence will change the lives of millions. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>
การออกแบบที่ดีนั้นก็เหมือนกับความเป็นไปได้ที่จะไปดวงจันทร์<br />
มีไม่กี่คนที่จะมีโอกาสได้มีประสบการณ์กับมันตรง ๆ<br />
แต่การเกิดขึ้นมีอยู่ของมันจะเปลี่ยนหลายล้านชีวิต</p>
<p><small>Ettore Sottsass:<br />
The Barbarians and Emperors of Design by Jan Burney</small></p></blockquote>
<p><a href="http://www.art4d.com/blog/?p=115#more-115" target="_blank">art4d : Way Finding Game</a></p>
<p><span id="more-22"></span></p>
<p><b>Way Finding Game</b></p>
<p>A good design is like the possibility of going to the moon very few people will have the opportunity to experience it directly but its existence will change the lives of millions. </p>
<p><small>Ettore Sottsass: The Barbarians and Emperors of Design by Jan Burney</small></p>
<p>อ่านคำคมนี้ของ Sottsass ทำให้นึกไปถึง Domino House ของ Le Corbusier ที่มีผลทำให้เกิดอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กราคาถูกสร้างเร็ว อย่างตึกแถวในบ้านเรา เก้าอี้ classic design หลายตัวของ Eames ที่ทำให้เรามีเก้าอี้พลาสติกราคาถูกใช้กันดาษดื่นทั่วไป หรือแม้แต่ Memphis Design ของ Sottsass เอง ที่ทำให้เกิดการพัฒนาของ plastic laminate จนกลายเป็นวัสดุที่ได้รับการยอมรับกันไปทั่ว</p>
<p>คำคมนี้ยังทำให้เห็น ความยากลำบากของนักออกแบบที่จะต้องหาลูกค้าในฝัน ผู้ที่สามารถจะเข้าใจได้ว่า การเดินทางไปถึงดวงจันทร์นั้นไม่ใช่ของง่าย และระหว่างทางมักมีอุปสรรคต่างๆ มากมาย และลูกค้าคนนั้น ยังต้องพร้อมที่จะร่วมเดินทางไปด้วยกันกับนักออกแบบจนถึงปลายทาง</p>
<p>มีประเด็นที่น่าสนใจหลายประเด็น ในการสะท้อนภาพการให้คุณค่าของงานออกแบบที่ดี และกระบวนการออกแบบในสังคมบ้านเรา ในมุมมอง และความเข้าใจที่ต่างกันของนักออกแบบ และลูกค้าผู้เป็นเจ้าของงาน จากงานออกแบบระบบกราฟิกในสภาพแวดล้อม (environmental graphic design) ของบริษัทกราฟฟิค 49 (หรือที่รู้จักกันในนามว่า G49) ในศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (Thailand Creative and Design Center TCDC) ที่เพิ่งได้รับรางวัลหมาดๆ ไม่กี่วันมานี้จาก Society of Environmental Graphic Design (SEGD) ซึ่งเป็นองค์กรของนักออกแบบกราฟิกนานาชาติ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน มีสมาชิกเป็นนักออกแบบกราฟิกทั่วโลก รางวัลดังกล่าวเป็น Honor Award ซึ่งเป็นรางวัลขั้นสูงสุดประจำปี ค.ศ. 2007 โดยในครั้งนี้ได้คัดเลือกจากงานด้านออกแบบระบบกราฟิก ในสภาพแวดล้อมในสเกลต่างๆ กันจากทั่วโลกกว่า 300 ชิ้น</p>
<p>G49 เป็นหนึ่งบริษัทออกแบบกราฟิกเพียงไม่กี่บริษัทในประเทศไทย ที่ทำงานในสเกลสภาพแวดล้อมใหญ่ๆ เช่น โครงการเซ็นทรัลเวิลด์ คิงเพาเวอร์ คอมเพล็กซ์ กระทรวงการต่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือการทำภาพลักษณ์เชิงกายภาพขององค์กร อย่างธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย โดย G49 เริ่มเข้ามาทำงานออกแบบระบบกราฟิก ในสภาพแวดล้อมใน TCDC หลังจากที่งานออกแบบตกแต่งภายในของศูนย์ (โดยบริษัทสถาปนิก ดวงฤทธิ์ บุนนาค) อยู่ในขั้นตอนที่ก่อสร้างเกือบเสร็จสมบูรณ์แล้ว งานชิ้นนี้มีโจทย์หลักๆ คือความหลากหลาย และไม่ตายตัวของกิจกรรมภายในศูนย์ เนื่องจาก TCDC มีพื้นที่ไม่มากเมื่อเทียบกับกิจกรรมที่ต้องรองรับ จึงมีการใช้พื้นที่หนึ่งๆ รองรับซ้อนทับกับกิจกรรมที่หลากหลาย</p>
<p>นอกจากนี้ TCDC เป็นองค์กรที่เปิดทำการใหม่ โปรแกรมการใช้งานของศูนย์ฯ บางส่วนยังเป็นการทดลอง อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบางส่วนในอนาคต ยิ่งไปกว่านั้นการวางผังพื้นที่ภายในศูนย์ฯ โดยปรับเปลี่ยนจากที่เป็นอาคาร ที่ทำการของสถานีโทรทัศน์ช่องสามเดิม ทำให้เกิดระบบการสัญจรที่ออกจะซับซ้อน ซึ่งจำเป็นต้องมีแผนผังหรือ directory board ในการอธิบายถึงส่วนต่างๆ ในอาคาร ด้วยปัญหาและข้อจำกัดเหล่านี้ G49 ได้พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส โดยมองว่าระบบป้ายและสัญลักษณ์ต้อง จับประเด็นเรื่องความยืดหยุ่น (flexibility) ที่มาจากสเปซและกิจกรรมเป็นหลัก และจำเป็นที่จะต้องมีระบบแผนผังที่มีความยืดหยุ่น เช่นเดียวกัน การตอบโจทย์นี้จึงไม่ใช่ป้ายกล่องไฟธรรมดาที่เราเห็นกันทั่วไป ที่ให้ข้อมูลผ่านพื้นผิวตัวกราฟิก แต่เป็นการคิดวิธีการใหม่ในการจัดการและใช้งานให้กับระบบกราฟิกในสภาพแวดล้อมเลยทีเดียว</p>
<p>แนวคิดของของเล่นตัวต่อเลโก้และ jig-saw puzzle ที่มีขนาดของชิ้นตัวต่อที่เหมือนๆ กันเป็นระบบระเบียบ แต่สามารถต่อเป็นรูปร่างได้หลากหลาย ได้รับการนำมาใช้ในการออกแบบ เพื่อรองรับความยืดหยุ่นอย่างมีระบบ โดยตัวอักษรและสัญลักษณ์ภาพต่างๆ (pictogram) ที่ใช้จะมีลักษณะเป็นชิ้นๆ ที่มีขนาดมาตรฐานสองสามขนาด นำมาเรียงต่อกันได้ ตามความเหมาะสม บนพื้นผิวของผนังเหล็กเปลือย ที่สถาปนิกผู้ออกแบบตกแต่งภายใน ได้ทิ้งไว้เป็นพื้นที่ว่าง</p>
<p>ระบบตัวอักษร และสัญลักษณ์นี้ใช้ทั้งในการบอกตำแหน่ง และทิศทางของส่วนต่างๆ และยังสามารถนำมาเรียงต่อกันเป็นแผนผัง (directory) อยู่ที่ผนังโถงทางเข้าใหญ่ของ TCDC โดยที่สัญลักษณ์แต่ละชิ้น เมื่อนำมาต่อกันเป็นพื้นที่ยังมีรูปร่าง ที่สัมพันธ์กับรูปร่างลักษณะของสเปซจริงๆ ของอาคารได้อีกด้วย และในส่วนของระบบตัวหนังสือ (typography) และสี ใช้ระบบ corporate identity ของ TCDC ที่มีการออกแบบมาก่อนแล้ว แต่ได้ทำการเลือกสีรองที่มีความสดใสเพิ่มเติมลงไป เพื่อให้เกิดความเป็น “ของเล่น” มากขึ้น ลักษณะของความเป็น “ของเล่น” ของระบบกราฟิกในสภาพแวดล้อมนี้เป็นการแสดงถึงเปิดกว้างสู่จินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นพันธกิจหลักของ TCDC อันเป็นองค์กรที่ทำงานด้านการส่งเสริมสร้างสรรค์งานออกแบบในระดับที่จับต้องได้ ใช้ได้จริง และยังลดทอนความแห้งแล้งของสเปซที่เรียบ เท่ให้เป็นมิตรกับผู้ใช้งานมากขึ้นอีกด้วย</p>
<p>สิ่งที่น่าสนใจมากอีกอย่างในงานชิ้นนี้ ก็คือการทดลองเล่นกับวัสดุและการผลิตโดยใช้เทคโนโลยีง่ายๆ ที่ทำได้แบบพื้นถิ่นร่วมสมัย วัสดุที่นำมาใช้เป็นยาง PVC หล่อ ที่เราเห็นได้ทั่วไปในงานของใช้ในบ้าน เช่น ที่รองแก้ว พวงกุญแจ วัสดุนี้สามารถหล่อด้วยพิมพ์บางๆ เป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนกับพิมพ์ขนม ซึ่งสามารถผลิตได้จากโรงงานขนาดเล็ก ใช้ช่างฝีมือแบบไทยๆ โดยที่ไม่ต้องใช้เครื่องจักรแพงๆ หรือวัสดุนำเข้าราคาแพง แม้ว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้น ต้องมีการทำแบบพิมพ์ในการหล่อ PVC แต่เมื่อคิดค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุนเบื้องต้น เฉลี่ยไปกับการหล่อหลายๆ ชิ้นแล้วก็ยังคงมีราคาไม่แพง และยังสามารถ เก็บพิมพ์ไว้ทำชิ้นส่วนเพิ่มเติมได้ในอนาคตได้อีกด้วย แผ่น PVC นี้มีการฝังด้วยแม่เหล็กขนาดต่างๆ กันเพื่อให้ยึดติดกับผนังเหล็ก แต่ก็ยังปรับเปลี่ยนได้ง่ายตามการเปลี่ยนแปลงของโปรแกรมการใช้พื้นที่</p>
<p>นับเป็นงานออกแบบที่ “เป็นไทยแบบร่วมสมัย” ได้น้ำได้เนื้อที่สุด เทียบเคียงแข่งขันกันได้กับงานชิ้นเอกต่างๆ ของบรรดานักออกแบบระดับโลกที่เรียงรายอยู่ใน TCDC เลยทีเดียว เพราะหากเป้าหมายของ TCDC คือการส่งเสริมและนำเสนอทางออกหลากหลาย ให้งานออกแบบไทยแล้ว งานออกแบบระบบกราฟิกในสภาพแวดล้อมใน TCDC นี้ เป็นทางออกหนึ่งที่น่าสนใจ ที่น่าชื่นชม ด้วยมุมมองของกระบวนการคิดอย่างนอกกรอบ สามารถนำเอาข้อจำกัดทางการใช้งาน การผลิตราคาถูกมาบูรณาการ เป็นการตอบโจทย์อย่างง่ายๆ แต่แฝงไว้ด้วยความคมคายและชาญฉลาด ที่สามารถสื่อสารได้ในหลายระดับ</p>
<p>เป็นที่น่าเสียดายว่า แม้ว่า TCDC จะซื้อในแนวคิดนี้ และยอมให้มีการผลิตติดตั้งจนเป็น ผลสำเร็จอย่างที่เห็นกันอยู่ระยะหนึ่ง หลังจาก ที่เปิดศูนย์ฯ ได้ไม่นาน TCDC ได้ถอดเอาแผงแผนผังบริเวณโถงทางเข้าหลักออกไปจนหมด โดยให้เหตุผลว่า การติดตั้งบางส่วนมีปัญหา (และเจ้าหน้าที่บ่นว่าอ่านยาก เข้าใจยาก และไม่อยากจะเสียเวลาเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา และใช้งานไม่ดี) ซึ่งผู้ออกแบบก็ยอมรับแต่โดยดีว่า ด้านการติดตั้งมีปัญหาบางส่วน (แต่ก็ได้มีการแก้ปัญหาจนลุล่วงไปได้ด้วยดี) เพราะทั้งหมดเป็นการคิดค้นใหม่ โดยอาจจะเรียกได้ว่าเป็นนวัตกรรม (innovation) ไม่มีใครเคยทำมาก่อน จึงต้องอาศัยการทดลองผิดถูก เพื่อหาหนทางที่ดีที่สุด ไม่ใช่การซื้อของแบรนด์เนมสำเร็จรูป แบบสวยงามเสร็จสรรพรอใช้งานเก๋ไก๋กันอย่างเดียว</p>
<p>ประเด็นความเข้าใจไม่ตรงกันนี้ เป็นการสะท้อนภาพความเข้าใจในกระบวนการออกแบบที่ต้องการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในขณะที่ผู้คนทั่วไป โดยเฉพาะเจ้าของโครงการที่มี budget ก้อนโตๆ ยังคงเข้าใจว่าการจ้างนักออกแบบ เพื่อให้ได้งานออกแบบหรือนวัตกรรมที่ดีนั้น มีกระบวนการเหมือนการเดินเข้าไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมในร้านหรู ไม่ได้เข้าใจว่าในการเป็นผู้จ้างนักออกแบบนั้น ตัวเองได้ผันตัว จากฐานะของผู้บริโภคเป็นส่วนหนึ่งของผู้ผลิต ผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการออกแบบไม่แพ้นักออกแบบ ที่ต้องร่วมแก้ปัญหาและสร้างสรรค์ ไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้ได้งานที่ดี หรือไปถึง “ดวงจันทร์” ด้วยกันได้</p>
<p>หลังจากงานชิ้นนี้ได้รับรางวัลจาก Society of Environmental Graphic Design ที่เป็นองค์กรระดับโลกแล้วนั้น ก็อาจจะถือได้ว่าได้รับตราประทับรับรองว่าเป็น “good design” ของจริง ในสายตาของใครหลายๆคน และก็ไม่แน่ว่า TCDC อาจจะงัดเอาชิ้นส่วน ของป้ายตัวต่อเหล่านี้ที่เก็บไว้ในห้องเก็บของอยู่นานมาติดกันใหม่อีกทีก็ได้ เพราะคราวนี้คงจะบอกใครๆ ได้อย่างมั่นใจว่างานนี้ดีอย่างไร เมื่อมี “แผนผัง” บอกทางครบถ้วนอย่างนี้ คงจะได้หาเดินได้ ไม่หลงงงงวย เจอ “ทางออก” ของการออกแบบได้อย่างถูกต้องเสียที ไม่ใกล้เกลือกินด่างอยู่อย่างนี้.</p>
<p><u>จากบทความใน art4d ฉบับ 136</u></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/a-good-design-is-like-the-possibility-of-going-to-the-moon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ตึกแถว</title>
		<link>http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/commercial-buildings/</link>
		<comments>http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/commercial-buildings/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 23 May 2007 09:41:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>anpanpon</dc:creator>
				<category><![CDATA[architecture]]></category>
		<category><![CDATA[shop house]]></category>
		<category><![CDATA[urban]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/%e0%b8%95%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a7/</guid>
		<description><![CDATA[ตึกแถวคืองานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึง ความเป็นเมืองและมีเสน่ห์ในตัวเอง ในฐานะที่เราเคยอยู่บ้านแบบตึกแถวมาตลอด ชีวิตชินกับการขึ้นลงบันไดหลายชั้นเป็นว่าเล่น แต่พอจู่ๆ ชีวิตจะต้องเปลี่ยนไปเดินขึ้นลงอยู่แค่ 2 ชั้น มันก็รู้สึกเหงาๆ เหมือนกันแฮะ :P ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหน เมืองไหน หนใด ก็มักจะพบตึกแถวอยู่เสมอ .. เริ่มจะเห็นด้วยว่ามันคือ หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองจริงๆ แฮะ .. ตึกแถวของแต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป &#8230; ตึกแถวที่เว้มีลวดลายเหล็กดัดร่วมสมัย(มาก) ตึกแถวที่ดานังมีสีสันหลากหลายและแปลกตา.. เหมือนจะตั้งใจให้เข้ากับบรรยากาศเมืองริมทะเล ตึกแถวที่ปารีสมีความหรูหราสไตล์ baroque ปนความเรียบง่ายบนสีสัน ตึกแถวในเบอร์ลิน..มีหลากหลายสไตล์แฮะ .. ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับว่าเคยอยู่ในการปกครองของใครมาก่อน .. โดยเฉพาะแถวๆ Schoenerberg ..(คุ้นๆ ว่าแถบนี้อังกฤษดูแลใช่รึเปล่านะ ??) เราว่ามันสวยทีเดียวล่ะ เมื่อเทียบกับแถบอื่น หรือถ้าไปทางเบอร์ลินตะวันออก ก็ค่อนข้างจะมีสไตล์ชัดเจนทีเดียว โดยเฉพาะแถว Karl Marx Alle ตึกแถวใน Amsterdam ส่วนใหญ่ก็ยังคงเอกลักษณ์ประตูเข้าบ้านแคบ เวลาขนของก็เลยต้องใช้รอกที่ติดอยู่บนหน้าต่างชั้นบนสุดช่วยขนของเข้าบ้านแทน ตึกแถวที่ Praque ค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์และความเป็นกราฟฟิคชัดเจนทีเดียว (จริงๆ ถ้าได้มีโอกาสไปยุโรปตะวันออกเมืองอื่นบ้าง คงจะเปรียบเทียบได้ดีกว่านี้) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>ตึกแถวคืองานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึง<br />
ความเป็นเมืองและมีเสน่ห์ในตัวเอง </p></blockquote>
<p>ในฐานะที่เราเคยอยู่บ้านแบบตึกแถวมาตลอด<br />
ชีวิตชินกับการขึ้นลงบันไดหลายชั้นเป็นว่าเล่น </p>
<p>แต่พอจู่ๆ ชีวิตจะต้องเปลี่ยนไปเดินขึ้นลงอยู่แค่ 2 ชั้น<br />
มันก็รู้สึกเหงาๆ เหมือนกันแฮะ :P</p>
<p>ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนมาไหน เมืองไหน หนใด<br />
ก็มักจะพบตึกแถวอยู่เสมอ .. เริ่มจะเห็นด้วยว่ามันคือ<br />
หนึ่งในสัญลักษณ์ของเมืองจริงๆ แฮะ ..</p>
<p>ตึกแถวของแต่ละเมืองก็มีเอกลักษณ์แตกต่างกันไป<br />
&#8230;<br />
ตึกแถวที่เว้มีลวดลายเหล็กดัดร่วมสมัย(มาก) </p>
<p>ตึกแถวที่ดานังมีสีสันหลากหลายและแปลกตา..<br />
เหมือนจะตั้งใจให้เข้ากับบรรยากาศเมืองริมทะเล</p>
<p>ตึกแถวที่ปารีสมีความหรูหราสไตล์ baroque ปนความเรียบง่ายบนสีสัน </p>
<p>ตึกแถวในเบอร์ลิน..มีหลากหลายสไตล์แฮะ ..<br />
ส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับว่าเคยอยู่ในการปกครองของใครมาก่อน ..<br />
โดยเฉพาะแถวๆ Schoenerberg ..(คุ้นๆ ว่าแถบนี้อังกฤษดูแลใช่รึเปล่านะ ??)<br />
เราว่ามันสวยทีเดียวล่ะ เมื่อเทียบกับแถบอื่น<br />
หรือถ้าไปทางเบอร์ลินตะวันออก ก็ค่อนข้างจะมีสไตล์ชัดเจนทีเดียว<br />
โดยเฉพาะแถว Karl Marx Alle</p>
<p>ตึกแถวใน Amsterdam ส่วนใหญ่ก็ยังคงเอกลักษณ์ประตูเข้าบ้านแคบ<br />
เวลาขนของก็เลยต้องใช้รอกที่ติดอยู่บนหน้าต่างชั้นบนสุดช่วยขนของเข้าบ้านแทน</p>
<p>ตึกแถวที่ Praque ค่อนข้างจะมีเอกลักษณ์และความเป็นกราฟฟิคชัดเจนทีเดียว<br />
(จริงๆ ถ้าได้มีโอกาสไปยุโรปตะวันออกเมืองอื่นบ้าง คงจะเปรียบเทียบได้ดีกว่านี้)</p>
<p>ตึกแถวที่เบลเยี่ยมและเดนมาร์ก -_-&#8221; นึกไม่ออก&#8230;</p>
<p><b>ตึกแถวที่กรุงเทพฯ ล่ะ ???</b></p>
<p><a href="http://www.bangkokbiznews.com/jud/sun/20070503/news.php?news=column_23533360.html" target="_blank">จุดประกาย วันอาทิตย์ : บ้านในตึกแถว</a></p>
<p><span id="more-21"></span></p>
<p><b>บ้านในตึกแถว</p>
<p>เรื่อง : วลัญช์ สุภากร ภาพ : จิระศักดิ์ ทองหยวก</b></p>
<p>อาคารพาณิชย์ หรือที่เรียกกันติดปากว่า &#8216;ตึกแถว&#8217; ส่วนใหญ่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองการทำการค้าในย่านชุมชน ไม่น่าเหมาะที่จะทำเป็นที่อยู่อาศัยให้สะดวกสบายเหมือนบ้าน แต่สำหรับ &#8216;ดร.ดาวิษี บุญธรรม&#8217; สถาปนิกและอาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กลับเห็นว่าตึกแถวคืองานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความเป็นเมืองและมีเสน่ห์ในตัวเอง และต้องการซื้อห้องแถวเพื่ออยู่อาศัย</p>
<p>การสร้างตึกแถวเกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว กล่าวกันว่าได้แบบมาจากตึกแถวสไตล์โคโลเนียลในเมืองปีนังและสิงคโปร์ โปรดเกล้าฯ ให้ข้าราชบริพารที่มีที่ดินติดริมถนนร่วมกันสร้างตึกแถว เพื่อให้บ้านเมืองดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม</p>
<p>ตึกแถวในยุคแรกจึงเป็นภาพลักษณ์ของความทันสมัย เพราะทั้ง ถนน และ ตึกแถว เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นกับเมืองในช่วงเวลานั้น</p>
<p>ยุคต่อมา ตึกแถวกลายเป็นอาคารที่ตอบรับกับความต้องการของประชากรระดับกลางที่ต้องการทำการค้า จึงทำให้การสร้างตึกแถวได้รับความนิยม และเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ง่ายและคืนทุนเร็วอีกด้วย ทำให้การก่อสร้างตึกแถวดำเนินต่อเนื่องติดต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย มีพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ใช้ในการก่อสร้างรวมทั้งรูปแบบของตัวอาคาร</p>
<p>ตึกแถวยุคเริ่มต้นส่วนใหญ่เป็นอาคารสองชั้น บันไดไม้ พื้นไม้ โครงหลังคาไม้ วงกบและบานหน้าต่างเป็นไม้ ด้านหน้าอาคารประดับลวดลายปูนปั้น ประตูทางเข้าชั้นล่างเป็นบานเฟี้ยมไม้</p>
<p>หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ตึกแถวในเมืองไทยเริ่มพัฒนาขึ้น ประเทศสามารถผลิต &#8216;เหล็กเส้น&#8217; ได้เอง ตึกแถวจึงวิวัฒนาการตามความทันสมัยของเทคโนโลยี สามารถสร้างตึกแถวได้สามถึงสี่ชั้น พัฒนาหลังคามุงกระเบื้องเป็นหลังคาแบนในลักษณะดาดฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็ก เริ่มมีระเบียงบนชั้นที่สองขึ้นไป และมีประตูเปิดออกมาที่ระเบียงด้านนอกได้ ตึกแถวยุคนี้เกิดพร้อมโรงภาพยนตร์และมีการใช้ตึกแถวลักษณะนี้เรียงเป็นศูนย์การค้า เช่น ที่สยามสแควร์ วังบูรพา เป็นยุคเฟื่องฟูของตึกแถวในประเทศไทย</p>
<p>ต่อมาเมื่อวงการก่อสร้างพัฒนาอย่างก้าวกระโดดหลังปีพ.ศ.2525 เศรษฐกิจพองตัว เกิดการก่อสร้างอาคารลักษณะใหม่ๆ เช่น อาคารสำนักงานที่เป็นตึกสูง ศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า ทำให้ตึกแถวในเมืองถึงยุคล้นตลาด ตึกแถวจึงทยอยออกไปผุดตามชานเมือง ขณะเดียวกันตึกแถวก็พัฒนาถึงขีดสุด คือสร้างได้ถึง 4-5 ชั้น ก่อสร้างด้วยวัสดุทันสมัย บันไดเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ราวบันไดราวกันตกเป็นวัสดุทนไฟ ประตูหน้าต่างมีทั้งที่เป็นกรอบไม้-กรอบอะลูมิเนียม มีทั้งบานเปิดและบานเลื่อน</p>
<p>ปัจจุบันแทบไม่มีการก่อสร้างตึกแถวในเขตเมืองอีกแล้ว ที่สร้างกันก็มีแต่คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงานตึกสูง และห้างสรรพสินค้า ตึกแถวในเมืองดูเป็นสิ่งก่อสร้างที่พ้นยุค ทำการค้าก็ลำบากเนื่องจากไม่มีที่ให้ลูกค้าจอดรถ จะอยู่อาศัยก็ไม่น่าอยู่เพราะตึกแถวมักมีหน้าแคบ เหมือนกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆ เรียงติดกันเป็นพืด เสียงดัง ฯลฯ แต่สำหรับ ดร.ดาวิษี บุญธรรม กลับมีความคิดที่แตกต่างออกไป โดยเห็นว่าตึกแถวคืองานสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงความเป็นเมืองและมีเสน่ห์ในตัวเอง ตั้งใจตั้งแต่เมื่อครั้งศึกษาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสว่า หากกลับเมืองไทยเมื่อใด จะซื้อห้องแถวเพื่อปรับปรุงเป็นที่อยู่อาศัยของตนเอง</p>
<p>ดร.ดาวิษี ซื้ออาคารพาณิชย์หรือตึกแถวขนาดสี่ชั้นใกล้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ปรับปรุงเป็น &#8216;บ้านหลังแรกในชีวิต&#8217; โดยจัดสรรพื้นที่บริเวณชั้นล่างและชั้นที่สองเป็นแหล่งสร้างรายได้ด้วยการให้เช่าทำธุรกิจ และออกแบบต่อเติมตั้งแต่ประตูชั้นล่างเพื่อแยกทางเข้าสู่พื้นที่พักอาศัยบนชั้นที่สามเพื่อความเป็นส่วนตัว</p>
<p>ดร.ดาวิษีเล่าว่า พื้นที่ชั้นสามเป็นหัวใจของบ้านหลังนี้ เนื่องจากประกอบไปด้วยห้องนั่งเล่น มุมทำงานขนาดเล็ก ส่วนรับประทานอาหารและครัวอยู่รวมกัน ส่วนชั้นที่สี่มีเพียงส่วนสำหรับนอนกับระเบียงนั่งเล่นที่ออกแบบให้เป็นสวนขนาดย่อม เพราะเน้นการพักผ่อนอย่างเดียว</p>
<p>ภาพรวมของการตกแต่งเน้นความเรียบง่ายตามลักษณะนิสัยส่วนตัวที่ชอบอะไรแบบดิบๆ ง่ายๆ ผนังภายในส่วนใหญ่เลือกใช้แผ่นไม้อัดกั้น อาจไม่แข็งแรงมากนัก แต่ก็ใช้งานได้ในระยะเวลา 4-5 ปี พื้นทั่วไปทาอีพ็อกซี่สีขาว ซึ่งดูแลรักษาง่าย เฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านล้วนเป็นของเก่าที่หาซื้อมาจาก &#8216;วัดสวนแก้ว&#8217; ซึ่งมีราคาถูก แต่สภาพอาจไม่เต็มร้อย ก็นำมาตกแต่งให้ดูเหมือนใหม่และพร้อมเสมอสำหรับการใช้งาน</p>
<p>ด้วยรูปแบบการตกแต่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวผสมผสานกับไอเดีย ทำให้ตึกแถวแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์ เพราะเจ้าของบ้านเน้นที่ประโยชน์ใช้สอย กับการปรับปรุงอาคารที่สามารถทำเองได้จริง ไม่ต้องทุบรื้อให้เสียสภาพ ภาพทั้งหมดจึงเกิดขึ้นบนความเรียบง่ายกับสไตล์ที่บ่งบอกตัวตนผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง</p>
<p>ด้วยความที่ชื่นชอบในสถาปัตยกรรมของตึกแถว ดร.ดาวิษีทำงานร่วมกับ &#8216;สำนักพิมพ์บ้านและสวน&#8217; เขียนหนังสือคู่มือการจัดและตกแต่งชื่อ ซิตี้โฮม (City home) รวบรวมแนวคิดในการตกแต่งตึกแถวผ่านเจ้าของห้องที่ตกแต่งห้องเองอย่างมีเอกลักษณ์และดีไซน์ ทั้งแนวโมเดิร์น แนวจีนเรโทร แนวอบอุ่น แนวเก๋ไก๋สไตล์ชิค พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 50-3,000 ตารางเมตร พร้อมด้วยภาคความรู้เกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตึกแถว ห้องน้ำในตึกแถว ระบบไฟฟ้า-น้ำประปาในตึกแถว การแก้ปัญหาเรื่องเสียง-ฝุ่น-พื้นทรุด การจัดระเบียบคอมเพรสเซอร์ การต่อเติมชั้นบนสุด ข้อคิดในการลงทุนซื้อตึกแถว</p>
<p>อย่างไรก็ตาม ผู้ที่คิดจะอยู่อาศัยในตึกแถว ต้องทำความเข้าใจเรื่องแนวคิดของ การอยู่ในเมือง ให้ได้เสียก่อน เนื่องจากตึกแถวเป็นอาคารที่ตั้งอยู่ริมถนนสายหลักและสายรองเป็นส่วนใหญ่ ผู้พักอาศัยต้องยอมรับสภาพความพลุกพล่านของยวดยานพาหนะและสิ่งรบกวนที่มาจากถนนให้ได้ เช่น เสียง ฝุ่น แล้วจึงค่อยเลือกทำเล ที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือเรื่อง ที่จอดรถ ตึกแถวในเมืองที่ตั้งติดถนนสายหลักอาจไม่สามารถจอดรถริมถนนได้ ก่อนซื้อห้องแถวจึงต้องสำรวจให้ดีก่อนว่าสามารถแก้ปัญหาเรื่องที่จอดรถได้หรือไม่</p>
<p>ดร.ดาวิษีแนะนำด้วยว่า ตึกแถวที่มีอยู่ในปัจจุบันบางแห่งมีอายุกว่า 40-50 ปี หากต้องการซื้อห้องแถวโบราณเพราะต้องการอนุรักษ์อาคารเก่า หรือเป็นคนชอบสะสมของยุคซิกซ์ตี้ส์หรือเซเว่นตี้ส์ ควรเลือกตึกแถวคูหาที่ยังไม่มีการต่อเติมหรือปรับเปลี่ยนรูปด้านหน้าอาคาร และพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ เช่น</p>
<p># ต้องดูว่า สภาพอาคาร รวมถึง วัสดุต่างๆ ยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ เช่น มีรอยร้าว ปูนกะเทาะออกจนเห็นเหล็กเส้นภายในหรือไม่ โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและท่อน้ำประปา หากสภาพอาคารย่ำแย่ ผู้ซื้อสามารถต่อรองราคาให้ถูกลงได้</p>
<p># และต้องดูด้วยว่าอาคารที่จะซื้อมี การต่อเติม ไว้อย่างไร วัสดุที่ใช้คงทนถาวรหรือไม่ บางครั้งมีการต่อเติมลูกกรงเหล็กดัดกันขโมย หรือมีการตีแผงอะลูมิเนียมปิดด้านหน้าอาคารทั้งหมดเพื่อทำป้ายโฆษณา</p>
<p># รวมทั้งต้องพิจารณาว่าตึกแถวนั้นมี ทางหนีไฟ ด้านหน้าหรือด้านหลังหรือไม่อย่างไร</p>
<p># ทิศทางลม กับ แสงแดด มีผลต่อตัวอาคารอย่างไร ลองเปิดช่องด้านหน้าและด้านหลังดูว่ามีลมพัดผ่านตลอดตัวอาคารหรือไม่ ลองปิดและเปิดหน้าต่างสลับชั้นเพื่อดูว่ามีอากาศไหลถ่ายเทในช่องบันไดหรือไม่ ถ้าด้านหน้าหรือด้านหลังห้องแถวมีตึกตั้งประชันซึ่งอาจเป็นตัวบังลม นั่นหมายถึงความอับชื้นและการระบายอากาศที่ไม่ดีของตึกแถว</p>
<p># พิจารณา เพื่อนบ้านห้องข้างเคียง ต้องดูด้วยว่ากิจกรรมหรือการค้าของเขาจะรบกวนการอยู่อาศัยของเราหรือไม่ ควรเลี่ยงการอยู่อาศัยใกล้ห้องแถวที่มีกิจกรรมก่อให้เกิดเสียงดังและมลพิษ จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน เป็นการเลือกสภาพแวดล้อมและเพื่อนบ้านไปในตัว</p>
<p>ตึกแถวถึงแม้จะมีรูปลักษณ์คล้ายกล่องสี่เหลี่ยมยาวๆ หน้า(บ้าน)แคบ หน้าต่างน้อย หากปรับแต่งด้วยความคิดสร้างสรรค์ก็สามารถทำให้กลายเป็นที่อยู่อาศัยที่มีสไตล์ มีประโยชน์ใช้สอย และน่าอยู่ได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล</p>
<p>อีกทั้งยังได้อยู่ในย่านใจกลางเมืองอีกด้วย</p>
<hr />
<p>เรื่องที่เกี่ยวข้อง:<br />
<a href="http://culturelab.in.th/blog/2007/05/12/live-work-bazaar-2550/">ห้องแถว 2550</a></p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturelab.in.th/blog/2007/05/23/commercial-buildings/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
