Updates from RSS Toggle Comment Threads | Keyboard Shortcuts

  • bact' 3:55 am on January 12, 2010 Permalink | Reply
    Tags: theme, WordPress   

    Switched to P2 

    เปลี่ยนหน้าตามาใช้ธีม P2

    โพสต์ง่ายขึ้นเป็นกอง ประมาณ Twitter เลย ชอบมาก

    มี keyboard shortcut ด้วย (ลองกด h ดู)

     
  • bact' 7:41 pm on September 17, 2009 Permalink | Reply
    Tags: , , information design, news, newspaper, user experience   

    พูดอะไร และ ฟังอย่างไร 


    when duplicated contents is all around, the experience is king

    ในโลกดิจิทัล การคัดลอกทำสำเนา เนื้อหา เป็นเรื่องง่าย ๆ คัดลอกได้เหมือนต้นฉบับทุกประการ รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ

    ถ้าเนื้อหาเหมือน ๆ กันหมด ทั้งบนกระดาษ บนคอมพิวเตอร์ บนอุปกรณ์มือถือ บนเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ บนเว็บไซต์ บนโปรแกรมอ่านฟีด บนเว็บท่า บนอีเมล บน HTML บน PDF อะไรที่ทำให้คนเลือกอ่านเนื้อหาหนึ่ง ๆ บนฮาร์ดแวร์+ซอฟต์แวร์หนึ่ง แต่ไม่เลือกฮาร์ดแวร์+ซอฟต์แวร์อื่น ๆ ?

    ผมคิดว่า มันคือ ประสบการณ์ ในการอ่าน

    เว็บท่าและโปรแกรมอ่านฟีด ก็ให้ประสบการณ์การอ่านที่ต่างไปจากการอ่านบนเว็บข่าว

    ปัญหาการถูกก๊อปปี้งานไป ทำให้ยอดผู้ชมเว็บข่าวต้นทางตก คนไปอ่านจากช่องทางอื่น เป็นเพราะช่องทางเหล่านั้น ให้ประสบการณ์อะไรที่เว็บข่าวทำไม่ได้หรือเปล่า

    แน่นอนว่า การปกป้องสิทธิของตัวถือเป็นหน้าที่ที่ผู้ถือลิขสิทธิ์พึงทำ ไม่ว่าจะเป็นภาพข่าว บทความ ฯลฯ แต่ผมไม่คิดว่านั่นเป็นคำตอบในการดึงคนมาที่เว็บข่าว ยิ่งกรณีของตัวข่าวประจำวัน การรายงานข้อเท็จจริงทั่วไป ที่ไม่ใช่งานอันมีลิขสิทธิ์ การใช้มาตรการทางกฎหมายลิขสิทธิ์ ย่อมไม่มีผลใด ๆ

    ถ้าสิ่งที่ดึงให้คนไปอ่านข่าวผ่านช่องทางต่าง ๆ คือตัว ประสบการณ์ในการอ่าน หากเว็บข่าวต้องการดึงคนมาอ่าน ย่อมต้องปรับปรุงประสบการณ์ในการอ่านดังกล่าวด้วย

    การจัดหน้า ตัวอักษร ระยะย่อหน้า สี ขนาด การโต้ตอบ การจัดหมวดหมู่ สภาพแวดล้อมสนับสนุนการอ่านต่าง ๆ ข้อมูลเชื่อมโยง การได้แลกเปลี่ยนกับผู้อ่านอื่น ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์อ่าน ที่ผู้อ่านรู้สึกและตัดสินจากความรู้สึกดังกล่าวในการเลือกอ่านจากช่องทางใด ที่สำคัญคือ การก๊อปปี้ประสบการณ์เหล่านี้ มีต้นทุนสูงกว่าการก๊อปปี้เนื้อหามาก

    ผมคิดว่าเว็บข่าวมีทางเลือกใหญ่ ๆ อยู่สองทาง คือ หนึ่ง สร้างสิ่งป้องกันต่าง ๆ เสริมกลไกต่าง ๆ เพื่อให้โลกเป็นไปอย่างที่เขาอยากให้เป็นมากที่สุด หาทางป้องกันการก๊อปปี้ในโลกที่การก๊อปปี้เป็นไปได้อย่างง่ายดาย หรือ สอง ปรับตัวให้เข้ากับโลก ดูว่าจะดำรงชีวิตอยู่บนโลกแบบนี้อย่างไร มีโอกาสใหม่ ๆ อะไรในโลกนี้บ้าง

    ไม่จำเป็นต้องบอกก็รู้ ว่าอย่างไหนง่ายกว่ากัน

    —-

    ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว ของการเปลี่ยนแปลงในวารสารศาสตร์และงานข่าว ที่เว็บไซต์ J-Lab และ Nieman Journalism Lab

    เพิ่ม 2009.09.19 (ครบ 3 ปี รัฐประหาร): Content is Not King โดย Andrew Odlyzko (First Monday, Volume 6, Number 2 – 5 February 2001)

     
  • bact' 12:29 am on September 16, 2009 Permalink | Reply
    Tags: , , social media   

    social media -> party-cipation of the writing society 

    สไลด์จากงานอบรมนักข่าวพลเมือง เพื่อคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

    ช่วงที่ผ่านมา ผมคิดถึงเรื่อง การอ่านออกเขียนได้ในทางต่าง ๆ, read/write culture, digital literacies, citizen journalism, social media, unconference, *camp ผมคิดว่าธีมทั้งหมดมันก็คือ ทุกคนอยากจะเขียนด้วยแล้วนะ จะเขียนบล็อก เขียนเพลง เขียนข่าว เขียนกฎหมาย เขียนกำหนดการสัมมนา เขียนฯลฯ ซึ่งถ้าจะเรียกสนุก ๆ ก็ลองเรียกดูว่า party-cipation คือ มันก็เรื่องการมีส่วนร่วมนั่นแหละ แล้วเป็นเรื่องใกล้ ๆ ตัว สนุก ๆ ใคร ๆ ก็ทำได้ ทำได้ทุกวัน เป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน แล้วก็เป็นเรื่องที่ทำด้วยกัน

    technorati tags: , ,

     
  • bact' 1:54 pm on August 22, 2009 Permalink | Reply
    Tags: , pedestrian, streets, traffic, urban design   

    สวัสดีกรุงเทพ ขอถนนเราคืนได้ไหม? 

    walking as a mode of transportation

    ไฟคนข้าม หน้าธนาคารไทยพาณิชย์ แยกบางลำพู แดงตลอดเวลา ไม่เคยเขียวเลย สัญญาณไฟไม่น่าเสีย ไฟจราจรสำหรับรถและคนข้ามอื่น ๆ ยังทำงานปกติ

    อีกอย่างที่อยากให้ดูคือ วงรอบการวิ่งรถ ที่ไม่เอื้อต่อการข้ามถนนเลย ไม่มีรถวิ่งตรงมา ก็เป็นรถเลี้ยวมา แล้วจะให้ข้ามตอนไหน ?

    ตกลงว่า ใครสำคัญกว่า คน หรือ รถ เมืองนี้มีไว้ให้อะไรอยู่ ?

    ถ้าเมืองเป็นที่อยู่ของคน ก็จำเป็นต้องเอาคนมาก่อน เอารถไว้ทีหลัง เอาอย่างอื่นไว้ทีหลัง
    ถนนหนทาง สถาปัตยกรรม ผังเมือง สาธารณูปโภคต่าง ๆ สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ในเมือง ต้องออกแบบให้สนองความต้องการของคนในเมืองก่อนเป็นอันดับแรก

    การจราจรต้องเป็นเรื่องของการอำนวยความสะดวกให้คนเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง เพื่อชีวิตประจำวัน เพื่อกิจกรรมของคน และต้องไม่ใช่เรื่องของการอำนวยความสะดวกให้กับรถ

    เราจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญอย่างระมัดระวัง การใช้รถเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการเดินทางของคน จะให้มาสำคัญกว่าตัวคนผู้เดินทางได้อย่างไร ?

    หลังจากรายงานเรื่องไฟคนข้ามถนนในวีดิโอข้างบน มีเพื่อนชาวเน็ต @poakpong ผ่านไปแถวนั้นพอดี และได้แจ้งเรื่องกับตำรวจประจำป้อมตรงแยกนั้น ซึ่งตำรวจก็รับเรื่องไปประสานต่อให้ ต้องขอขอบคุณ

    อย่างไรก็ตาม จากคำพูดของตำรวจจราจรประจำป้อม

    หลังจากพิสูจน์กันว่าไม่มีทางเป็นไฟเขียวได้แล้ว คุณตำรวจก็บอก ตัวเขาเองไม่เคยสังเกต เพราะปกติดูแต่ไฟด้านบน (สัญญาณไฟสำหรับรถ) พร้อมบอกว่า จะนำปัญหาดังกล่าวไปบอกกับทางฝ่ายเทคนิคต่อไป

    เราก็ได้เห็นจริง ๆ ว่า คนเดินถนน ได้รับความสำคัญต่ำกว่า รถ จริง ๆ ต่ำจนลืมสังเกต

    เมืองเป็นที่อยู่ของคน
    คนก่อน รถทีหลัง
    คนถนนให้คนเดินเท้า

    เว็บน่าสนในเรื่องนี้ Walk21, International Federation of Pedestrians

     
  • bact' 2:34 am on March 2, 2009 Permalink | Reply
    Tags: ,   

    ผีลิขสิทธิ์ : มันมาอีกแล้ว 

    -1-

    หลากหลายวิดีโอข้างล่างดังต่อไปนี้ เป็น “Video Response”
    วิดีโอตอบกลับ มิวสิกวิดีโอเพลง “Here It Goes Again” ของวง OK Go

    Pulp Sport – Mascots do OK GO – Here it goes Again
    ตุ๊กตาขอเต้นด้วย

    Self- Solving Rubix Cube / OK Go – Here it Goes Again
    ลูกบิดแดนซ์

    OK Go Here It Goes Again – Alamo Heights
    มากันอย่างหล่อ (ในงานโรงเรียน)

    Here It Goes Again: The Dance Without Treadmills – BELL
    เต้นกันแบบไม่มีเครื่องวิ่ง

    Best Floor Exercises :D
    สาว ๆ ม้วนหน้าม้วนหลัง

    Here It Goes Again
    หนุ่ม ๆ เต้นกันกลางหิมะ

    Here It Goes Again….
    ไม่เต้นแล้ว ขอตีความเพลงใหม่ แบบสองสาวบ้านเดียวกัน

    University of Notre Dame: Here It Goes Again
    วงโยธวาฑิตมหาวิทยาลัยนอเทรอดาม สวนสนามเป็นรูปคนวิ่งบนเครื่องวิ่ง
    (เป็นคลิปเดียวในรายการนี้ ที่เรียบเรียงเพลงขึ้นมาใหม่)

    -2-

    ถ้าว่ากันโดยเคร่งครัดตามกฎหมายลิขสิทธิ์ปัจจุบัน
    วิดีโอตอบกลับเหล่านั้นอาจจะผิดลิขสิทธิ์หมดเลยก็ได้

    -3-

    คำถามคือ แค่ไหน อย่างไร
    เราจึงจะยอมให้งานจำนวนหนึ่งต้องเป็นหมันไป ไม่มีโอกาสได้เกิด
    เพื่อรักษาคุณค่าที่เราเคยเชื่อกันว่าเหมาะสมในอดีต ที่เรียกว่า “ลิขสิทธิ์”

    หลายอย่างที่เราเห็นในวิดีโอเหล่านั้น
    พวกเราหลายคนอาจเคยเล่นกันกับเพื่อน เปิดวิทยุเสียงดัง
    คว้าไม้กวาดมาเป็นกีต้าร์ ตีกระป๋อง เคาะขวด
    เต้นหน้าชั้นเรียนหรือรอบกองไฟ

    …และทุกอย่างจะกลายเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
    เพียงเมื่อเราถือเครื่องบันทึกภาพเข้ามา
    และอยากจะแบ่งมันให้เพื่อน ๆ ในเน็ตดู

    นั่นเป็นโลกแบบที่เราอยากจะอยู่กันรึเปล่า ?

    เราจะปล่อยให้การมองโลกอย่างในอดีต ระบบลิขสิทธิ์อย่างคับแคบ
    ขังจินตนาการถึงอนาคตของเรา ไปอีกถึงแค่ไหน

    -4-

    “โชคดี” ที่ วง OK Go ไม่บ้าจี้อ้างลิขสิทธิ์ไปเรื่อย

    หนำซ้ำยังนึกสนุก ชวนทุกคนเอาเพลงของเขาไปเล่นหน่อย
    เปิดเป็นการประกวด OK Go Dance ไปซะเลย
    มีกรุ๊ปใน YouTube มีสมาชิกมากกว่าสองพันคน
    และร่วมส่งวิดีโอเข้ามา 165 ชิ้น (อย่างเป็นทางการ ไม่นับที่ทำเล่น ๆ ขำ ๆ แล้วไม่ได้ส่งเข้ามาอีก)

    ผลลัพธ์ ? ทุกคนสนุก และ OK Go ก็พลอยดังไปด้วย
    (ผมรู้จักวงนี้ก็เพราะมิวสิกวีดีโอเพี้ยน ๆ ที่เพื่อนส่งมาให้ดูนี่ล่ะ – คลิกไปแล้ว 44 ล้านครั้ง น้อยที่ไหน)

    -5-

    แต่เราจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นเรื่องของ “โชคดี” ต่อไปไหม
    จะมีวงดนตรีอีกกี่วงอย่าง OK Go ?

    ไม่ได้มีคนนึกสนุกแบบนั้นไปเสียทุกครั้ง เมื่อปี ค.ศ. 2001 ผู้ดูแลผลประโยชน์ของ Margaret Mitchell ผู้เขียนหนังสือ Gone with the Wind ฟ้องร้อง Alice Randall ผู้เขียนหนังสือ The Wind Done Gone ซึ่งเป็นนิยายล้อวิจารณ์ (parody) เรื่อง Gone with the Wind โดยกล่าวหาว่า The Wind Done Gone นั้นลอกตัวละครและฉากหลักมาจาก Gone with the Wind ดังนั้นจึงเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และขอให้หยุดพิมพ์หรือจำหน่าย

    เรื่องนี้จบลงที่ศาลอุทธรณ์ ตัดสินว่า ผู้ดูแลผลประโยชน์ของ Gone with the Wind สามารถปกป้องภาพลักษณ์ของนิยายดังกล่าวได้ แต่ไม่ใช่ด้วยการใช้กฎหมายลิขสิทธิ์

    แต่จะมีสักกี่คนกัน ที่จะมีทุนพอจะขึ้นโรงขึ้นศาลแบบนั้นได้ …
    อย่างดีก็ยอม ๆ ไป ไม่อยากมีปัญหา ลบคลิปทิ้ง จบ

    -6-

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ Author’s Guild ชมรมนักเขียนอเมริกันกล่าวหาว่า ฟังก์ชันอ่านออกเสียงในเครื่องอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ Kindle 2 ของ Amazon นั้น ละเมิดลิขสิทธิ์ audiobook ของนักเขียน.. โดยระบุว่า ‘พวกเขาไม่มีสิทธิในการอ่านออกเสียงหนังสือ’ (‘They don’t have the right to read a book out loud’) !

    พวกเราจะสนุกแบบนี้ไปได้นานอีกแค่ไหน

    กฎหมายลิขสิทธิ์อย่างในปัจจุบันกำลังเป็นตัวจำกัดการเกิดงานใหม่ ๆ เสียเอง – ผิดจากเจตนาในการมีมันขึ้นมาในทีแรก

    …ได้เวลาตั้งคำถามกับระบบลิขสิทธิ์ปัจจุบันหรือยัง ?

     
  • bact' 11:27 pm on February 8, 2009 Permalink | Reply
    Tags: free culture, pop art   

    ขีดจำกัดบนและขีดจำกัดล่าง ของการผสมผสานชิ้นส่วนทางวัฒนธรรม 

    ค่ายเพลงใหญ่บางแห่ง ห้ามเล่นเพลงในบล็อกหรือโพสต์เนื้อเพลงลงในบล็อก มีการส่งคำเตือนไปตามผู้ให้บริการบล็อกและผู้ให้บริการเว็บบอร์ดรายใหญ่ต่าง ๆ

    โดยยึดหลักกฎหมายลิขสิทธิ์ ห้ามทำซ้ำ แจกจ่าย เผยแพร่

    ในแง่นั้น เราปกป้องสิทธิ์ของผู้ถือครองลิขสิทธิ์ (ค่ายเพลง หรือ ศิลปิน หรือ คนแต่งเพลง ก็ตามแต่) โดยเชื่อว่าการปกป้องนี้จะกระตุ้นให้คนทำงานมีแรงจูงใจในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ

    ในอีกแง่หนึ่ง การผสมผสาน เล่นเพลงที่มีอยู่เดิมเพลงหนึ่ง เพื่อประกอบ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว บทกวี บทความ ที่อาจจะแต่งใหม่หรืออาจจะเป็นของเดิมเช่นกัน … ผลงานจากการผสมผสานนี้ ถือเป็นงานสร้างสรรค์ใหม่ ๆ เช่นกันไหม ? … ถ้าใช่ ทำไมเราถึงไม่คิดถึงการสร้างแรงจูงใจในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ ในรูปแบบนี้ด้วย

    (หรือมากไปกว่านั้น งานสร้างสรรค์ใดบ้าง ที่เป็นงานอันบริสุทธิ์ในตัวมันเอง ไม่มีส่วนผสมจากงานใด ๆ ที่มีมาก่อนหน้าเลยแม้แต่นิดเดียว)

    เราจะสร้างสมดุลระบบอย่างไร ให้แรงจูงใจในการสร้างสรรค์งานใหม่ ๆ นั้น กระจายออกไปอย่างเท่าเทียมกัน ไม่กระจุกตัวด้วยเหตุผลทางกฎหมายหรือทางเศรษฐกิจ

    เราจะคุ้มครองคนทำงานสร้างสรรค์ให้ได้รับผลตอบแทนอย่างยุติธรรมได้อย่างไร โดยในขณะเดียวกันก็ไม่ไปจำกัดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ ๆ

    ฉลากกระป๋องซุปแคมป์เบลล์ เป็นงานออกแบบอันมีลิขสิทธิ์ชิ้นหนึ่ง
    เมื่อถูกทำซ้ำลงบนผืนผ้าใบ มันถูกเพิ่มความหมายใหม่ลงไป
    ความหมายที่ถูกเพิ่มขึ้นมาจากเดิมนี้ เพียงพอที่จะทำให้มันเป็นงานสร้างสรรค์ใหม่หรือไม่ ?

    อะไรคือขีดจำกัดของการใช้กฎหมายลิขสิทธิ์ เพื่อจำกัดการผสมผสานชิ้นส่วนทางวัฒนธรรม ?

    (สวัสดีปีใหม่ครับ)

     
  • bact' 11:38 pm on December 11, 2008 Permalink | Reply
    Tags: , information visualization   

    Data, Lots of Data, and then … Culture became … 

    วันสองวันนี้ เจอโน่นนี่เต็มไปหมดเลย วู้ว~

    Cultural Analytics โดย Software Studies Initiative

    CultureVis

    MONK (Metadata Offer New Knowledge)

    can we call it computational cultural studies ? :p

     
  • bact' 3:05 am on December 11, 2008 Permalink | Reply
    Tags: mashup, remix, research, theories   

    ทฤษฎีรีมิกซ์ 

    สำหรับคนที่สนใจเรื่อง remix / mashup ครับ

    เว็บ Remix Theory รวบรวมบทความ งานวิจัย งานทดลอง เกี่ยวกับ “ทฤษฎีรีมิกซ์” ซึ่งจะข้อง/คาบเกี่ยวกับเรื่อง ศิลปะ การออกแบบ ดนตรี หนัง เกม นิวมีเดีย สื่อ คอมมอนส์ ลิขสิทธิ์ โอเพนซอร์ส คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต วรรณกรรม

    ผู้จัดทำคือ Eduardo Navas สนใจเรื่องนิวมีเดียและศิลปะร่วมสมัย เป็นทั้งศิลปินและนักศึกษาปริญญาเอก ประวัติศาสตร์-ทฤษฎี-การวิพากษ์ศิลปะ ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก

     
  • bact' 4:40 pm on December 10, 2008 Permalink | Reply
    Tags: , cyberspace, , hypertext   

    digital culture books 

    หนังสือเกี่ยวกับวัฒนธรรมดิจิทัลและสื่อใหม่

    Digital Culture Books

    จะซื้อเป็นเล่มก็ได้ หรือจะอ่านฟรีออนไลน์ก็ได้ (เป็นไฮเปอร์เท็กซ์) – แต่ไม่มีให้ดาวน์โหลดนะ

    digitalculturebooks is a joint imprint of the University of Michigan Press and the Scholarly Publishing Office of the University of Michigan Library. All of our books are available for free online and for sale in print.

    ขอยกตัวอย่างบทความที่เราสนใจชิ้นหนึ่ง จากหนังสือ Originality, Imitation, and Plagiarism: Teaching Writing in the Digital Age คือ Reviewing the Author-Function in the Age of Wikipedia โดย Amit Ray และ Erhardt Graeff พูดถึงวิกิ, authorship, authority และ author-function (ตามแนวฟูโกต์)

    รายชื่อหนังสือตอนนี้

    • The Best of Technology Writing 2008
    • This Gaming Life: Travels in Three Cities
    • The Hyperlinked Society: Questioning Connections in the Digital Age
    • Broadcasting, Voice, and Accountability: A Public Interest Approach to Policy, Law, and Regulation
    • Originality, Imitation, and Plagiarism: Teaching Writing in the Digital Age
    • Owning the Olympics: Narratives of the New China
    • The Best of Technology Writing 2007
    • The Best of Technology Writing 2006

    แถม: เว็บไซต์ Cyberarts and Cyberculture Research Initiative ซึ่งหนึ่งในเนื้อหาคือส่วนของ The Cyberspace, Hypertext, & Critical Theory web มีเรื่องเกี่ยวกับไซเบอร์สเปซและทฤษฎีวิพากษ์ รวมถึงเรื่องไฮเปอร์เท็กซ์ หนึ่งในคณะผู้จัดทำเว็บไซต์นี้คือ George Landow ผู้เขียนหนังสือ “Hypertext 3.0″

     
  • bact' 9:16 pm on November 11, 2008 Permalink | Reply
    Tags: kissing,   

    Kissing in Public คนอื่นเห็นนะ .. จุ๊บ จุ๊บ 

    KIP ฝากข่าวมา โครงการน่าสนใจมาก ๆ

    โครงการ Kissing in Public หรือ KIP (กิ้ววววว) ทดลอง ทดสอบ ‘เส้นพรมแดน’ ‘วัฒนธรรมอันดีงาม’ สร้างพื้นที่ส่วนตัว ในสถานที่สาธารณะ

    KISSING IN PUBLIC (KIP)

    [English version, scroll down]

    Kissing in Public เป็นโปรเจคท์ระยะยาวที่เชิญชวนพ่อแม่พี่น้องที่มีถิ่นพำนักอยู่ในประเทศไทยให้มาจูบกันในที่สาธารณะแล้วถ่ายเป็นภาพเคลื่อนไหว (movie) แล้วส่งมาที่เราเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการทดลองทางวัฒนธรรมครั้งนี้ เชิญชมหนังสั้นตัวอย่างของเราที่เป็นจุดเริ่มของโปรเจคท์นี้

    ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเจอกับบททดสอบอันสำคัญในเรื่องการเมืองและเป็นเวลาที่อยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอะไรหลายๆอย่าง เราขอเสนอให้ท่านเบี่ยงเบนความสนใจจากเวทีการเมืองระดับประเทศชั่วคราว (โปรดอย่าตกเป็นเหยื่อใคร!) แล้วหันมามองการเมืองในระดับบุคคลกันบ้าง พื้นที่นี้เป็นของพวกเราทุกๆคน เราจึงไม่ควรมองข้ามมันไป

    วันนี้คุณจูบใครในที่สาธารณะแล้วหรือยัง?
    (More …)

     
c
compose new post
j
next post/next comment
k
previous post/previous comment
r
reply
e
edit
o
show/hide comments
t
go to top
l
go to login
h
show/hide help
esc
cancel