<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Culture Lab etc. &#187; politics</title>
	<atom:link href="http://culturelab.in.th/blog/tag/politics/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://culturelab.in.th/blog</link>
	<description>ห้องทดลองวัฒนทำ ฯลฯ</description>
	<lastBuildDate>Wed, 21 Apr 2010 14:48:47 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ต้องกลับไปสู่สังคมมาตรฐานเดียว</title>
		<link>http://culturelab.in.th/blog/2010/04/11/back-to-single-standard-society/</link>
		<comments>http://culturelab.in.th/blog/2010/04/11/back-to-single-standard-society/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 11 Apr 2010 12:52:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[Jon Ungpakorn]]></category>
		<category><![CDATA[Red Shirts]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/blog/?p=235</guid>
		<description><![CDATA[
สังคมสองมาตรฐานย่อมไถลไปสู่สงครามกลางเมืองและความป่าเถื่อน
ทางออกมีทางเดียว&#8230;ต้องกลับมาสู่มาตรฐานเดียวกัน
ผมจะไม่ขอกล่าวถึงอำนาจรัฐสองมาตรฐานซึ่งเป็นที่ประจักษ์มานานแล้ว (ไม่ใช่เฉพาะในยุคนี้) … ที่น่าเป็นห่วงกว่านี้อย่างยิ่งคือสถานการณ์ของสังคมสองมาตรฐาน
ในปัจจุบันสมาชิกสังคมจำนวนมากมายที่เคยร่วมกันต่อสู้เคียงบ่าเคียงใหล่กันเพื่อระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกส่วนโดยไม่เลือกหน้า ได้สละทิ้งคุณค่าดั้งเดิมที่ตนเคยยึดถือมาตลอด โดยได้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน หันมาเผชิญหน้ากัน และเล็งมวลมนุษย์ในฝ่ายตรงกันข้ามเป็นศัตรูของตนโดยทั้งหมด
ดูเหมือนพวกเราทุกคนทุกฝ่ายยังอ้างคำว่าประชาธิปไตยอยู่ แต่พฤติกรรมคือการนิยมระบอบประชาธิปไตยเฉพาะเมื่อเอื้ออำนวยต่อประโยชน์ของฝ่ายเรา หากเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยอาจเอื้ออำนวยต่อฝ่ายตรงกันข้าม เราก็จะหันเหไปทางอื่น ทหารยึดอำนาจเราก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ (ตราบใดที่เป็นทหารของฝ่ายเรา) เมื่อฝ่ายตรงข้ามเรียกร้องการเลือกตั้งเพื่อพิสูจน์ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ เราก็จะออกมาคัดค้านทันทีหากมองว่าฝ่ายเราจะเสียเปรียบจากการเลือกตั้งนั้น
เรื่องสิทธิเสรีภาพก็เช่นเดียวกัน เราทุกคนเห็นด้วยกับเสรีภาพในการชุมนุมตราบใดที่เป็นการชุมนุมของฝ่ายเรา แต่เมื่อเป็นการชุมนุมของฝ่ายตรงกันข้ามก็ขอให้อำนาจรัฐฝ่ายเรารีบจัดการ หากอำนาจรัฐฝ่ายเราทำให้ผู้ชุมนุมฝ่าตรงกันข้ามเสียชีวิตก็แล้วไป ช่วยไม่ได้ เสียใจนะ แต่คุณเลือกข้างผิดเอง แต่หากอำนาจรัฐฝ่ายตรงข้ามทำให้ผู้ชุมนุมฝ่ายเราเสียไป ต้องประณามถึงที่สุด … ฆาตกร !   
เสรีภาพสื่อหรือ ? แน่นอนพวกเราทุกคนเห็นด้วยอย่างยิ่งในเสรีภาพของสื่อมวลชนที่อยู่ฝ่ายเรา ใครมาข่มเหงเราสู้ตาย แต่หากอำนาจรัฐฝ่ายเราจะปิดสื่อของฝ่ายตรงกันข้าม เรารู้สึกเฉยๆ
สิทธิมนุษยชนสำคัญมาก แต่หากคนในฝ่ายตรงข้ามติดคุกเพราะแสดงความคิดเห็นตามที่รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิ์ ก็เป็นเรื่องที่เขาแส่เรียกหาคุกเอาเอง ไม่ใช่ธุระของเรา
กฎหมายเผด็จการต่างๆ ที่เปิดโอกาศให้อำนาจรัฐย่ำยีประชาชน (กฎอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินฯ พรบ.ความมั่นคงฯ) เราย่อมคัดค้าน เพราะขัดต่อระบอบประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ แต่ถ้าจะใช้ต่อฝ่ายตรงข้ามก็เป็นเรื่องจำเป็น เข้าใจได้
สังคมไทยได้เกิดวัฒนธรรมใหม่ที่พวกเราทุกฝ่ายไม่รู้จักมองคนในฝ่ายตรงข้ามเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคมเดียวกัน ไม่สามารถมองเขาเป็นคนแบบเรา ที่มีอาชีพแบบเรา มีครอบครัวแบบเรา มีความใฝ่ฝันแบบเรา และมีคุณธรรมแบบเรา
เมื่อผมเขียนบทความก่อนหน้านี้เรื่องนายอภิสิทธิ์มองตัวเองในกระจกก็เห็นหน้านายทักษิณ มีหลายคนอีเมล์มาถามผมว่า แล้วผมมีดีอะไร? มองตัวเองในกระจกแล้วเห็นใคร ? ผมก็คงต้องยอมรับว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<blockquote><p>
<strong>สังคมสองมาตรฐานย่อมไถลไปสู่สงครามกลางเมืองและความป่าเถื่อน<br />
ทางออกมีทางเดียว&#8230;ต้องกลับมาสู่มาตรฐานเดียวกัน</strong></p>
<p>ผมจะไม่ขอกล่าวถึงอำนาจรัฐสองมาตรฐานซึ่งเป็นที่ประจักษ์มานานแล้ว (ไม่ใช่เฉพาะในยุคนี้) … ที่น่าเป็นห่วงกว่านี้อย่างยิ่งคือสถานการณ์ของสังคมสองมาตรฐาน</p>
<p>ในปัจจุบันสมาชิกสังคมจำนวนมากมายที่เคยร่วมกันต่อสู้เคียงบ่าเคียงใหล่กันเพื่อระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมแก่ประชาชนทุกส่วนโดยไม่เลือกหน้า ได้สละทิ้งคุณค่าดั้งเดิมที่ตนเคยยึดถือมาตลอด โดยได้แบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน หันมาเผชิญหน้ากัน และเล็งมวลมนุษย์ในฝ่ายตรงกันข้ามเป็นศัตรูของตนโดยทั้งหมด</p>
<p>ดูเหมือนพวกเราทุกคนทุกฝ่ายยังอ้างคำว่าประชาธิปไตยอยู่ แต่พฤติกรรมคือการนิยมระบอบประชาธิปไตยเฉพาะเมื่อเอื้ออำนวยต่อประโยชน์ของฝ่ายเรา หากเห็นว่าระบอบประชาธิปไตยอาจเอื้ออำนวยต่อฝ่ายตรงกันข้าม เราก็จะหันเหไปทางอื่น ทหารยึดอำนาจเราก็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ (ตราบใดที่เป็นทหารของฝ่ายเรา) เมื่อฝ่ายตรงข้ามเรียกร้องการเลือกตั้งเพื่อพิสูจน์ความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ เราก็จะออกมาคัดค้านทันทีหากมองว่าฝ่ายเราจะเสียเปรียบจากการเลือกตั้งนั้น</p>
<p>เรื่องสิทธิเสรีภาพก็เช่นเดียวกัน เราทุกคนเห็นด้วยกับเสรีภาพในการชุมนุมตราบใดที่เป็นการชุมนุมของฝ่ายเรา แต่เมื่อเป็นการชุมนุมของฝ่ายตรงกันข้ามก็ขอให้อำนาจรัฐฝ่ายเรารีบจัดการ หากอำนาจรัฐฝ่ายเราทำให้ผู้ชุมนุมฝ่าตรงกันข้ามเสียชีวิตก็แล้วไป ช่วยไม่ได้ เสียใจนะ แต่คุณเลือกข้างผิดเอง แต่หากอำนาจรัฐฝ่ายตรงข้ามทำให้ผู้ชุมนุมฝ่ายเราเสียไป ต้องประณามถึงที่สุด … ฆาตกร !   </p>
<p>เสรีภาพสื่อหรือ ? แน่นอนพวกเราทุกคนเห็นด้วยอย่างยิ่งในเสรีภาพของสื่อมวลชนที่อยู่ฝ่ายเรา ใครมาข่มเหงเราสู้ตาย แต่หากอำนาจรัฐฝ่ายเราจะปิดสื่อของฝ่ายตรงกันข้าม เรารู้สึกเฉยๆ</p>
<p>สิทธิมนุษยชนสำคัญมาก แต่หากคนในฝ่ายตรงข้ามติดคุกเพราะแสดงความคิดเห็นตามที่รัฐธรรมนูญรับรองสิทธิ์ ก็เป็นเรื่องที่เขาแส่เรียกหาคุกเอาเอง ไม่ใช่ธุระของเรา</p>
<p>กฎหมายเผด็จการต่างๆ ที่เปิดโอกาศให้อำนาจรัฐย่ำยีประชาชน (กฎอัยการศึก พรก.ฉุกเฉินฯ พรบ.ความมั่นคงฯ) เราย่อมคัดค้าน เพราะขัดต่อระบอบประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ แต่ถ้าจะใช้ต่อฝ่ายตรงข้ามก็เป็นเรื่องจำเป็น เข้าใจได้</p>
<p><em>สังคมไทยได้เกิดวัฒนธรรมใหม่ที่พวกเราทุกฝ่ายไม่รู้จักมองคนในฝ่ายตรงข้ามเป็นเพื่อนมนุษย์ร่วมสังคมเดียวกัน ไม่สามารถมองเขาเป็นคนแบบเรา ที่มีอาชีพแบบเรา มีครอบครัวแบบเรา มีความใฝ่ฝันแบบเรา และมีคุณธรรมแบบเรา</em></p>
<p>เมื่อผมเขียนบทความก่อนหน้านี้เรื่องนายอภิสิทธิ์มองตัวเองในกระจกก็เห็นหน้านายทักษิณ มีหลายคนอีเมล์มาถามผมว่า แล้วผมมีดีอะไร? มองตัวเองในกระจกแล้วเห็นใคร ? ผมก็คงต้องยอมรับว่า ผมก็ไม่ต่างกับเพื่อนมนุษย์คนอื่น เคยทำผิดมามาก โดยเฉพาะที่เสียใจจนทุกวันนี้คือการที่ผมไม่ได้ออกมาต่อต้านรัฐประหารปี 2549 อย่างจริงจัง  แต่ตอนนี้ผมมองเข้าใจแล้วถึงความเสียหายมหาศาลที่เป็นผลพวงจากรัฐประหารครั้ง นั้น ผมยอมรับว่าผมเองก็เป็นมนุษย์สองมาตรฐานเหมือนกัน แต่กำลังพยายามแก้ไขอยู่และอยากชวนเพื่อนๆ ทุกฝ่ายทำเช่นเดียวกัน</p>
<p><em>หากเราไม่ช่วยกันแก้ไขสังคมสองมาตรฐานที่ลืมคุณค่าเดิมของการใช้มาตรฐานระบอบประชาธิปไตย สิทธิเสรีภาพ และสิทธิมุษยชนอย่างเสมอภาคเสมอหน้า ไม่เลือกปฎิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือสงครามกลางเมือง และเราจะกลายเป็นสังคมที่ป่าเถื่อน เพราะอำนาจจะได้มาทางเดียวโดยการใช้กำลังความรุนแรงพยายามทำลายซึ่งกันและกัน ใครชนะก็กินขาด</em></p>
<p>ในประเทศประชาธิปไตยที่มีอารยธรรม การแบ่งฝักแบ่งฝ่ายทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่พวกเขาไม่มองกันเป็นศัตรู แค่เป็นคู่ต่อสู้กันทางการเมืองโดยสันติ โดยอาศัยกฎกติกาที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกัน</p>
<p>หากพวกเราทุกคนจะช่วยกันแก้วิกฤติสังคมไทย เราต้องสร้างมาตรฐานการต่อสู้ทางการเมืองทำนองเดียวกัน</p>
<p>ผมเสนอทางออกที่ไม่ง่ายนักดังนี้</p>
<p>1. เราต้องมีการเลือกตั้งโดยเร็ว</p>
<p>2. ทุกพรรคการเมืองให้สัญญาต่อประชาชน (ร่วมกันยิ่งดี) ว่าใครชนะเลือกตั้งก็ตามจะไม่แก้ไขรัฐธรรมนูญโดยพลการ แต่จะดูแลให้มีการเลือกตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยเร็ว ที่มีผู้แทนประชาชนทุกกลุ่มทุกส่วนเป็นสมาชิกมาจากการเลือกตั้งในกลุ่มของตน แต่ละพรรคเสนอรูปแบบโครงสร้างสสร.ที่พรรคนั้นเห็นว่าเหมาะสมระหว่างการหาเสียงเพื่อให้ประชาชนได้เลือก</p>
<p>3. กลุ่มพลังทางการเมืองทุกฝ่าย ตกลงร่วมกันงดการชุมนุมทุกรูปแบบระหว่างการเลือกตั้งและการร่างรัฐธรรมนูญและเคารพต่อผลการเลือกตั้งและการร่างรัฐธรรมนูญ</p>
<p>4. รัฐธรรมนูญใหม่ร่างเสร็จภายใน 9 เดือนและทำประชามติ</p>
<p><strong>ถ้าเริ่มต้นสร้างมาตรฐานเดียวกันได้อย่างนี้ สังคมไทยยังคงมีความหวัง</strong></p>
<p>จอน อึ๊งภากรณ์<br />
11 เมษายน 2553
</p></blockquote>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturelab.in.th/blog/2010/04/11/back-to-single-standard-society/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Ministry of Cultural Warfare</title>
		<link>http://culturelab.in.th/blog/2007/06/15/ministry-of-cultural-warfare/</link>
		<comments>http://culturelab.in.th/blog/2007/06/15/ministry-of-cultural-warfare/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 16 Jun 2007 00:15:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[arts]]></category>
		<category><![CDATA[art]]></category>
		<category><![CDATA[cultural hegemony]]></category>
		<category><![CDATA[culture]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[social]]></category>
		<category><![CDATA[USA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/blog/2007/06/15/ministry-of-cultural-warfare/</guid>
		<description><![CDATA[Ministry of Cultural Warfare แปลตามตัวว่า &#8220;กระทรวงการสงครามวัฒนธรรม&#8221; เป็นกลุ่มศิลปินหลากสาขาเพื่อการกุศลในเมืองมินเนอาโพลิส มลรัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา
ชื่อกลุ่มนี้น่าสนใจ และคงจะบ่งบอกแนวคิดอะไรบางอย่างในงานศิลปะของพวกเขาได้
ทางกลุ่มสร้างสรรค์งานแสดง ตลก วีดิทัศน์ และจดหมายข่าว ที่พูดถึงประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม และการเมือง ด้วยอารมณ์ขันแบบแหกขนบ และยอมรับอย่างไม่สะทกสะท้านว่ากลุ่มตนนั้นเอียงซ้าย (ข้อมูล: Wikipedia)
ชนะอย่างเด็ดขาด เมื่อผู้แพ้ไม่รู้สึกว่าแพ้ &#8211; ชนะทางวัฒนธรรม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.mocw.org/">Ministry of Cultural Warfare</a> แปลตามตัวว่า &#8220;กระทรวงการสงครามวัฒนธรรม&#8221; เป็นกลุ่มศิลปินหลากสาขาเพื่อการกุศลในเมืองมินเนอาโพลิส มลรัฐมินนิโซตา สหรัฐอเมริกา<br />
ชื่อกลุ่มนี้น่าสนใจ และคงจะบ่งบอกแนวคิดอะไรบางอย่างในงานศิลปะของพวกเขาได้<br />
ทางกลุ่มสร้างสรรค์งานแสดง ตลก วีดิทัศน์ และจดหมายข่าว ที่พูดถึงประเด็นทางสังคม วัฒนธรรม และการเมือง ด้วยอารมณ์ขันแบบแหกขนบ และยอมรับอย่างไม่สะทกสะท้านว่ากลุ่มตนนั้นเอียงซ้าย (ข้อมูล: <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Ministry_of_Cultural_Warfare">Wikipedia</a>)</p>
<p>ชนะอย่างเด็ดขาด เมื่อผู้แพ้ไม่รู้สึกว่าแพ้ &#8211; ชนะทางวัฒนธรรม</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturelab.in.th/blog/2007/06/15/ministry-of-cultural-warfare/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Military Justice Is to Justice as Military Music Is to Music</title>
		<link>http://culturelab.in.th/blog/2007/06/12/military-justice-is-to-justice-as-military-music-is-to-music/</link>
		<comments>http://culturelab.in.th/blog/2007/06/12/military-justice-is-to-justice-as-military-music-is-to-music/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 12 Jun 2007 17:29:02 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bact&#39;</dc:creator>
				<category><![CDATA[music]]></category>
		<category><![CDATA[politics]]></category>
		<category><![CDATA[justice]]></category>
		<category><![CDATA[military]]></category>
		<category><![CDATA[quotes]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://culturelab.in.th/blog/2007/06/12/military-justice-is-to-justice-as-military-music-is-to-music/</guid>
		<description><![CDATA[ดนตรีทหาร ?

“Il suffit d&#8217;ajouter ‘militaire’ à un mot pour lui faire perdre sa signification. Ainsi la justice militaire n&#8217;est pas la justice, la musique militaire n&#8217;est pas la musique.”
“It is enough to add ‘military’ to a word to make it lose its significance. Thus military justice is not justice, the military music is not the [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ดนตรีทหาร ?</p>
<blockquote>
<p>“Il suffit d&#8217;ajouter ‘militaire’ à un mot pour lui faire perdre sa signification. Ainsi la justice militaire n&#8217;est pas la justice, la musique militaire n&#8217;est pas la musique.”</p>
<p>“It is enough to add ‘military’ to a word to make it lose its significance. Thus military justice is not justice, the military music is not the music.”</p>
<p>“หากเราเพิ่มคำว่า ‘ทางทหาร’ ต่อท้ายคำใด ก็เพียงพอแล้วที่ทำให้คำคำนั้นสูญเสียความหมายที่แท้จริงของมันไป ดังนั้น ความยุติธรรมทางทหาร จึงไม่ใช่ความยุติธรรม ดนตรีทางทหาร ก็ไม่ใช่ดนตรี”</p>
<p>&mdash; <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Georges_Clemenceau" title="Georges Clemenceau">จอร์จ เคลม็องโซ</a> &#8211; นักการเมืองฝ่ายซ้ายคนสำคัญของฝรั่งเศส, อดีตนายกรัฐมนตรีสมัยสาธารณรัฐที่ 3, ผู้ต่อต้านระบอบทหารและการล่าอาณานิคม</p>
</blockquote>
<p>ต้นฉบับฝรั่งเศสและแปลไทยจาก<br />
<strong><a href="http://prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&#038;ContentID=8349&#038;SystemModuleKey=HilightNews&#038;System_Session_Language=Thai">ปิยบุตร แสงกนกกุล : ชำแหละคำวินิจฉัยคดียุบพรรค</a></strong><br />
แปลอังกฤษโดย <a href="http://babelfish.altavista.com/">AltaVista Babel Fish</a></p>
<p>อีกสำนวน ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกัน ในภาษาอังกฤษ คือคำพูดโดย <a href="http://en.wikiquote.org/wiki/Groucho_Marx">Groucho Marx</a> นักแสดงตลกชาวอเมริกัน:<br />
<a href="http://www.villagevoice.com/news/0147,dershowitz,30108,1.html">“Military Justice Is to Justice as Military Music Is to Music”</a></p>
<p>[ ลิงก์ <a href="http://prachatai.com/05web/th/home/page2.php?mod=mod_ptcms&#038;ContentID=8349&#038;SystemModuleKey=HilightNews&#038;System_Session_Language=Thai">ประชาไท</a> ]</p>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://culturelab.in.th/blog/2007/06/12/military-justice-is-to-justice-as-military-music-is-to-music/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
